Home arrow บทความวิทยาศาสตร์ arrow วิวัฒนาการ
  
เมนูอื่นๆ
Home บทความวิทยาศาสตร์ เซ็นสมุดเยี่ยม
วิวัฒนาการ PDF พิมพ์
    สภาพภูมิศาสตร์ของโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นผลให้สิ่งแวดล้อม ของสิ่งมีชีวิตมีโอกาสเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ สิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ มีความสามารถ ที่จะอยู่รอดท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และส่วนใหญ่แล้วจะมีการสืบทอดมาเป็น สิ่งมีชีวิตในยุคปัจจุบัน

ความหมายของวิวัฒนาการ
 

- กระบวนการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมของประชากรสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

- การเปลี่ยนแปลงที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะไม่มีการย้อนกลับเป็นอย่างเดิมอีก (Dobzhansky et.al.1977)

- การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นเวลานานจนทำให้สิ่งมีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง ลักษณะไปจากเดิม

- เราไม่สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิด ขึ้นมากกว่าอายุขัยของคน แต่สามารถเห็นผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้


แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการที่สำคัญ

1. ทฤษฎีการใช้และไม่ใช้ ของลามาร์ค
- ลามาร์ก ชอง บัปติสต์ เดอ ( Lamarck ,Jean Baptiste de คศ.1744 – 1829) นักชีววิทยาชาวฝรั่งเศสได้ศึกษา
- การจำแนกชนิดของพืชและสัตว์โดยเฉพาะพวกไม่มีกระดูกสันหลัง
- ชี้ให้เห็นว่าสปีชีส์ไม่ได้คงที่ มีความผันแปรในประชากร
- สปีชีส์ในปัจจุบันน่าจะเปลี่ยนแปลงมาจากสปีชีส์ที่เกิดมาก่อน
- เสนอทฤษฎีวิวัฒนาการขึ้นมาในปี ค.ศ 1802 สรุปได้ดังนี้
- สิ่งมีชีวิตและส่วนต่างๆของสิ่งมีชีวิตมีแนวโน้มที่จะมีขนาดเพิ่มขึ้น
- การเกิดอวัยวะใหม่มีผลมาจากความต้องการใหม่ในการดำรงชีวิต
- อวัยวะที่ถูกใช้เสมอๆมีความโน้มเอียงที่จะเจริญและพัฒนา
- อวัยวะที่ไม่ค่อยได้ใช้จะเสื่อมหายไป ( Law of Use and Disuse)
- การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถถ่ายทอดไปได้ ( Acquire Character is Inherited)

จุดอ่อนของทฤษฏีนี้คือ ไม่มีการทดลองที่จะพิสูจน์ให้เห็นจริง จึงขาดหลักฐานสนับสนุน

2. ทฤษฎีการคัดเลือกตามธรรมชาติของดาร์วิน
- ชาลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin ค.ศ 1809 – 1882) นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ
- เดินทางสำรวจรอบโลกเช่นทวีปอเมริกาใต้ และหมู่เกาะ Galapagos สรุปได้ว่า
- สภาพแวดล้อมทำให้สิ่งมีชีวิตมีความผันแปรแตกต่างกันไป
- ความสำคัญในการเกิดสปีชีส์ใหม่เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ถูกแยกจากกัน
- ใช้เวลา 25 ปีรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิวัฒนาการและเขียนหนังสือ‘The Origin of Species ” ในปี ค.ศ 1859 จากข้อคิดที่ว่าประชากรมีการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว และจากความสัมพันธ์ของอายุซากหินและชนิดของฟอสซิลสิ่งมีชีวิต
- ในปี คศ.1859 ดาร์วิน และ อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ (Alfred Russell Wallace -ค.ศ 1823-1913) ได้เสนอ “ ทฤษฎีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต โดยการคัดเลือกตามธรรมชาติ ”โดยให้ความสำคัญของการคัดเลือกโดยธรรมชาติเป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดสปีชีส์ใหม่
- ดาร์วินได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของการศึกษาวิวัฒนาการในสิ่งมีชีวิต

จุดอ่อนของทฤษฎีวิวัฒนาการโดยการคัดเลือกตามธรรมชาติของดาร์วิน คือ


- ไม่มีการทดลองสนับสนุนว่า การคัดเลือกโดยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในประชากรเกิดขึ้น
ได้อย่างไร
- ดาร์วินไม่สามารถอธิบายได้ว่า ความแตกต่างแปรผันที่เกิดขึ้นในประชากรเกิดขึ้นได้ อย่างไร (ทั้งๆ ที่นักพันธุศาสตร์ได้ค้นพบหลักการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมแล้ว)

3. ทฤษฎีวิวัฒนาการในปัจจุบัน (Natural Selection and Adaptation)
ทฤษฎี วิวัฒนาการ ตามที่ดาร์วินเสนอไว้มีใจความสำคัญคือ :
- สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีความสามารถในการผลิตลูกหลานได้สูงมาก
- ถ้าสมาชิกทุกตัว/ต้นในประชากรหนึ่งประสพผลสำเร็จในการผลิตลูกหลานได้เท่ากัน จะมีผลทำให้ขนาดของประชากรนั้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
- โดยปกติขนาดของประชากรจะคงที่ ยกเว้นในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรเป็นครั้งคราว
- ทรัพยากรธรรมชาติมีจำกัด ถ้าสภาวะแวดล้อมคงที่ ทรัพยากรธรรมชาติก็จะคงที่ด้วย
- สมาชิกในประชากรของสิ่งมีชีวิตจะมีความแตกต่างกัน ไม่มีสมาชิกคู่ใดที่ม
ีความเหมือนกันทุกประการ
- ความแตกต่างของสมาชิกในแต่ละประชากร สามารถที่จะถ่ายทอดต่อไปยังลูกหลานในรุ่นต่อๆไปได้

Ernst Mayr นักชีววิทยาวิวัฒนาการ สรุปความสำคัญของทฤษฎี วิวัฒนาการจากหลักการ ข้างบนได้ 3 ประเด็นที่สำคัญคือ

1. ประชากรของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีความสามารถในการผลิตลูกหลานออกมาได้เป็น จำนวนมาก แต่ทรัพยากรธรรมชาติมีอยู่จำกัด และจำนวนของประชากรนั้นคงที่ ดังนั้นลูกหลานเหล่านั้นจะต้องมีการดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอด จะมีสมาชิกเป็นจำนวนน้อย เท่านั้นที่มีชีวิตรอด

2. การดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของสมาชิกที่เกิดใหม่ ไม่ได้เป็นไปอย่างสุ่ม เพราะสิ่งม ชีวิตเหล่านี้มีรูปแบบของพันธุกรรมที่แตกต่างกัน ทำให้การปรับตัว หรือการอยู่รอดไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

3. การคัดเลือกโดยธรรมชาติเมื่อผ่านไปหลายๆรุ่น จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ ลักษณะ เป็นไปอย่างช้าๆจนในที่สุดทำให้วิวัฒนาการไปเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในที่สุด

4. หฤษฎีซินเทติค หรือ ทฤษฎีวิวัฒนาการแบบผสมผสาน - นักชีววิทยาหลายๆสาขาได้ร่วมกันเสนอทฤษฎีวิวัฒนาการแบบผสมผสานขึ้นมา โดยได้ ข้อมูล จากการทดลองในพืช และสัตว์ และ การศึกษาประชากรในธรรมชาติ ผนวกกับ ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ และสถิติ โดยเฉพาะความรู้ทางด้านพันธุศาสตร์ของประชากร (Population Genetics) มีใจความว่าวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเกิดจากการที่สิ่งมีชีวิตแต่ละ ชนิดมีความหลากหลายแตกต่างกันอยู่แล้ว ธรรมชาติจะเป็นผู้คัดเลือกลักษณะที่เหมาะสม อย่างสุ่ม ที่มีการปรับตัวได้ดี ให้อยู่รอด และมีวิวัฒนาการมาเป็นชนิดใหม่ในที่สุด


1) การรวมตัวกันใหม่ของยีน (Genetic Recombination )


- สิ่งมีชีวิตที่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ สร้างเซลล์สืบพันธุ์โดยแบ่งเซลล์แบบ ไมโอซิส
- กระบวนการไมโอซิส จะเกิดการรวมตัวของยีนใหม่หรือเกิดยีนรีคอมบิเนชัน
- เมื่อเซลล์สืบพันธุ์ต่างชนิดกันมารวมตัวกัน ทำให้ได้ลูกหลานที่มีความแตกต่างกันทางพันธุกรรม
- ประชากรตามธรรมชาติเกือบจะไม่มีพันธุ์บริสุทธิ์( pure line)
- การคัดเลือกโดยธรรมชาติจึงเกิดขึ้นได้ง่ายและเปลี่ยนเป็นชนิดใหม่ได้มากขึ้น

2) ความแตกต่างแปรผันทางพันธุกรรม ( Heriditary Variability )
- สิ่งมีชีวิตที่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ จะมีแหล่งสะสมยีนของลักษณะพันธุกรรมต่างๆของประชากรทั้งหมดไว้ รวมเรียกว่า “ ยีนพูล ” (gene pool )

3) ประชากรและสมาชิกในประชากร ( Population versus Individuals )
- วิวัฒนาการจะเกิดขึ้นได้ก็โดยการที่สมาชิกในประชากรมีการตอบสนองหรือการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม
- ธรรมชาติจะทำการคัดเลือกสมาชิกที่มีการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมให้คงอยู่ และมีลูกหลานดำรงพันธุ์ต่อไป

4) ความคงที่ของความถี่ของยีน ( Constancy of Gene Frequency )
- ความถี่ของยีนในประชากรจะคงที่หรืออยู่ในสภาวะสมดุล ไปทุกๆรุ่น ถ้าประชากรนั้นไม่มีการอพยพโยกย้าย ไม่มีการเกิดมิวเตชัน ไม่มีการคัดเลือก และสมาชิกในประชากรมีการผสมพันธุ์กันอย่างสุ่ม (random mating) ซึ่งเป็นไปตามหลักของฮาร์ดี และไวน์เบอร์ก ( Hardy and Weinberg Law )

5) การเปลี่ยนแปลงความถี่ของยีน ( Change in Gene Frequency )
- ประชากรในธรรมชาติไม่ได้มีความถี่ของยีนที่คงที่ตลอดไป จะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเนื่องจากผลกระทบจากการคัดเลือกตามธรรมชาติ
- ลักษณะที่ถูกคัดเอาไว้จะมีความถี่ของยีนสูงขึ้น
- ลักษณะที่ถูกคัดทิ้งจะมีความถี่ของยีนที่ลดลงไปเรื่อยๆ และสูญหายไปจาก ประชากรในที่สุด
 

6) ลักษณะที่ซับซ้อนเนื่องมาจากการปรับตัว ( Adaptive complex )
- สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมต่างๆได้ เป็นเพราะมีความหลากหลายทางพันธุกรรม
- ความหลากหลายทางพันธุกรรม อาจจะเกิดจากผลของการเกิดยีนรีคอมบิเนชัน หรือการเกิดมิวเตชันก็ได้
- ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมไปจากเดิมอย่างมาก ยีนที่ผ่าเหล่าไปและ ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้เป็น จะมีโอกาสอยู่รอดกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่

   ดาร์วินกล่าวไว้ว่า “การคัดเลือกตามธรรมชาติหมายถึงการรักษาลักษณะที่เหมาะสมเอาไว้และลักษณะที่ไม่เหมาะสม จะถูกกำจัดออกไป” การคัดเลือกดังกล่าวมักจะเน้นถึงการคัดเลือกระหว่างสมาชิกชนิดเดียวกันที่มีความสามารถในการเจริญเติบโต และการอยู่รอดต่างกัน การคัดเลือกตามธรรมชาติ เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน เพราะเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในทุกระดับของสิ่งมีชีวิต นับตั้งแต่ระดับโมเลกุล ระดับยีน ระดับโครโมโซม ระดับแกมีท จนถึงระดับสังคมของสิ่งมีชีวิตการคัดเลือกมักจะ ควบคู่ไปกับการปรับตัวเสมอ เพราะสิ่งมีชีวิตจะต้องมีการปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพ แวดล้อมของแต่ละแห่งอาจจะเป็นการปรับตัว โดยมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา หรือพฤติกรรมก็ได้ เมื่อผ่านการปรับตัวแล้วอาจจะได้สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่เหมาะสมต่อ สภาพแวดล้อม และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างดี มีการผลิตลูกหลานได้เป็นจำนวนมาก เป็นต้น



< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ขณะนี้มี 77 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สถิติผู้เยี่ยมชม
ผู้เยี่ยมชม: 6315180  คน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ฟิสิกส์ 1 (ภาคกลศาสตร์)
ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)
ฟิสิกส์ 2
กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์
เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์ 2 (บรรยาย)
ฟิสิกส์พิศวง
สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์
วีดีโอการเรียนการสอน
แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF
หน้าแรกในอดีต

ทั่วไป
การทดลองเสมือน
บทความพิเศษ
ตารางธาตุ(ไทย1)
พจนานุกรมฟิสิกส์
ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์
ธรรมชาติมหัศจรรย์
สูตรพื้นฐานฟิสิกส์
การทดลองมหัศจรรย์
กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

บททดสอบ
แบบฝึกหัดกลาง
แบบฝึกหัดโลหะวิทยา
แบบทดสอบ
ความรู้รอบตัวทั่วไป
อะไรเอ่ย ?
ทดสอบ(เกมเศรษฐี)
คดีปริศนา
ข้อสอบเอนทรานซ์
เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
แบบฝึกหัดออนไลน์

สรรหามาฝาก
คำศัพท์ประจำสัปดาห์
ความรู้รอบตัว
การประดิษฐ์แของโลก
ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ
นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง
สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

การเรียนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
การวัด
เวกเตอร์
การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ
การเคลื่อนที่บนระนาบ
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
การประยุกต์กฎของนิวตัน
งานและพลังงาน
การดลและโมเมนตัม
การหมุน
สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
การเคลื่อนที่แบบคาบ
ความยืดหยุ่น
กลศาสตร์ของไหล
กลไกการถ่ายโอนความร้อน
เทอร์โมไดนามิก
คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
คลื่น
การสั่น และคลื่นเสียง
ไฟฟ้าสถิต
สนามไฟฟ้า
ความกว้างของสายฟ้า
ตัวเก็บประจุ
ศักย์ไฟฟ้า
กระแสไฟฟ้า
สนามแม่เหล็ก
การเหนี่ยวนำ
ไฟฟ้ากระแสสลับ
ทรานซิสเตอร์
สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงและการมองเห็น
ทฤษฎีสัมพัทธภาพ
กลศาสตร์ควอนตัม
โครงสร้างของอะตอม
นิวเคลียร์

สมัครสมาชิก
เพื่อรับเอกสารเพิ่ม!